จากลูกหม้อสู่จอมทัพ! เส้นทาง ไค ฮาแวร์ตซ์ กับการเป็นดาวรุ่งค่าตัวแพงที่สุดของเลเวอร์คูเซ่น

ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลผลิตที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากอะคาเดมี่ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โดยเขาสร้างชื่อตั้งแต่วัยเยาว์ในฐานะ "Alleskönner" หรือนักเตะที่ทำได้ทุกอย่างในสนาม จนกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นและทำประตูได้ให้กับทัพ "ห้างขายยา" ในเวลานั้น ความโดดเด่นของเขาทำให้ยักษ์ใหญ่ทั่วกองพลยุโรปต่างจับจ้อง ก่อนที่สุดท้ายจะเป็น เชลซี ที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีมในปี 2020

การย้ายตัวไปสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของฮาแวร์ตซ์ในครั้งนั้น สร้างสถิติเป็นนักเตะที่เป็น "ลูกหม้อ" หรือนักเตะฝึกหัดของสโมสรที่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ขายได้ในราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 72 ล้านปอนด์ (หรือราว 80 ล้านยูโร) บวกกับออปชันเพิ่มเติม ซึ่งตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถิติของสโมสรผู้ขายเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในการซื้อตัวนักเตะชาวเยอรมันที่แพงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอีกด้วย

ในช่วงเวลาที่อยู่กับ เชลซี แม้จะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ฟอร์มขึ้นลงตามสภาพทีมที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง แต่ฮาแวร์ตซ์ก็ได้จารึกชื่อในฐานะฮีโร่ของสโมสรจากการพังประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2021 พาทีมเถลิงบัลลังก์ยุโรปสมัยที่สองได้อย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงภายในทีมหลายครั้ง เขาก็ตัดสินใจแสวงหาความท้าทายใหม่ด้วยการย้ายข้ามฟากในกรุงลอนดอนไปร่วมทัพปืนใหญ่

ปัจจุบัน ไค ฮาแวร์ตซ์ กลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของ อาร์เซนอล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า โดยเขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสารพัดประโยชน์และความฉลาดในการเล่นฟุตบอล จนกลายเป็นผู้เล่นที่ทีมขาดไม่ได้ในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งการย้ายทีมครั้งนี้ด้วยค่าตัวกว่า 65 ล้านปอนด์ ยิ่งตอกย้ำว่าจากเด็กปั้นที่เลเวอร์คูเซ่นในวันนั้น สู่ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของพรีเมียร์ลีกในวันนี้ เขาคือหนึ่งในนักเตะที่มีมูลค่าทางการตลาดและฝีเท้าสูงที่สุดคนหนึ่งของโลก






🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://login9.paizabet.app/register

Post a Comment

ใหม่กว่า เก่ากว่า