โคลิน เบลล์ คือนักเตะที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเขาย้ายมาร่วมทีมในปี 1966 และกลายเป็นหัวใจสำคัญในยุคทองที่ทีมกวาดความสำเร็จมากมาย เบลล์โดดเด่นด้วยพละกำลังการวิ่งที่ไม่มีวันหมดจนได้รับฉายาว่า "Nijinsky" (ตามชื่อม้าแข่งชื่อดังในยุคนั้น) เขาสามารถคุมเกมแดนกลางได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งการเติมขึ้นไปทำประตูและการลงมาช่วยเกมรับด้วยความรวดเร็วและเทคนิคที่เหนือชั้น
ความสำเร็จของเบลล์กับทัพ "เรือใบสีฟ้า" นั้นโดดเด่นอย่างมาก โดยเขาพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 (พรีเมียร์ลีกเดิม) ในปี 1968, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และความสำเร็จในระดับทวีปอย่างถ้วย คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1970 ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่สโมสร เขาลงสนามไปเกือบ 500 นัดและทำประตูได้ถึง 153 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมากสำหรับผู้เล่นตำแหน่งกองกลาง แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของเขาที่มีต่อเกมรุกของทีมอย่างมหาศาล
สิ่งที่ทำให้โคลิน เบลล์ กลายเป็นตำนานเหนือระดับคือบุคลิกที่ถ่อมตัวและเป็นสุภาพบุรุษทั้งในและนอกสนาม แม้อาชีพการค้าแข้งของเขาจะถูกขัดขวางด้วยอาการบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรงในปี 1975 แต่แฟนบอลซิตี้ก็ยังคงรักและเทิดทูนเขาไม่เสื่อมคลาย ความผูกพันที่เขามีต่อแฟนบอลฝั่ง "The Kippax" อันโด่งดังของสนามเมน โร้ด ทำให้เขาได้รับสมญานามว่า "King of the Kippax" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน ชื่อของโคลิน เบลล์ ได้รับการจดจำอย่างเป็นอมตะที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ผ่านชื่ออัฒจันทร์ "Colin Bell Stand" และล่าสุดสโมสรได้สร้างรูปปั้นของเขาเคียงข้างกับตำนานอย่าง ฟรานซิส ลี และ ไมค์ ซัมเมอร์บี เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของสโมสร แม้แมนฯ ซิตี้ในยุคปัจจุบันจะเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมากมาย แต่ชื่อของโคลิน เบลล์ จะยังคงถูกจารึกไว้ในฐานะ "ราชา" เพียงหนึ่งเดียวของสโมสรตลอดไป
มาริโอ โกเมซ ดาวยิงสายเลือดชตุทการ์ทผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดสู่ความยิ่งใหญ่
บรูโน่ นำทัพโชว์ผู้นำ จ่ายหนึ่ง ทุ่มเททั้งเกม พา แมนยู ดับ แมนซิตี้ 2-0
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9






แสดงความคิดเห็น